สถาบันโภชนาการเสนอทางเลือกในการเลือกใช้นมโรงเรียนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

                      รองศาสตราจารย์ ดร วิสิฐ  จะวะสิต  ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลเรื่องนมโรงเรียน ในฐานะที่ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในเรื่องการกระจายนมโรงเรียนว่า สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (เดิม) โดยการสนับสนุนของสำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เคยทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหานมโรงเรียน โดยใช้โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ศึกษา เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541-2543  จึงขอให้ข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่รัฐบาลก่อนที่จะมีการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและก่อประโยชน์สูงสุด

                     สถานการณ์ในขณะที่มีการวิจัยก็มิได้แตกต่างจากปัจจุบันนี้ คือปัญหานมบูด มีเด็กบางส่วนป่วยจากการดื่มนมที่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค  นมดิบที่ผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ แต่เกษตรกรมีนมล้นโดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมและมีการเทนมทิ้ง  งบประมาณที่ได้ไม่เพียงพอสำหรับการซื้อนมบางประเภทให้ได้ตลอดระยะเวลาที่กำหนด  สิ่งที่คณะนักวิจัยพบในการทำวิจัยเบื้องต้น ได้แก่ ครูขาดความรู้เรื่องนมแต่ละประเภทและการจัดเก็บที่เหมาะสม  เมื่อมีการจัดทำสื่อการฝึกอบรมและผ่านข้อมูลสู่ครูตามระบบของกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ดีอยู่แล้ว) จึงช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดีในการวิจัยในเวลาต่อมา และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความสำเร็จในการแก้ปัญหานมโรงเรียนของจังหวัดเชียงรายในช่วงงานวิจัย

                     การดำเนินโครงการบริการคนหมู่มากเช่นนมโรงเรียน ต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องภาชนะบรรจุ โดยการบริการในภาชนะบรรจุขนาดใหญ่จะลดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและสิ่งแวดล้อม หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะย่อยสำหรับรายบุคคล ไม่ควรใช้ภาชนะบรรจุที่มีคุณภาพดีเกินจำเป็น เช่น สามารถปกป้องผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการเก็บยาวนานถึง 6 เดือน  การวิจัยที่ดำเนินการเป็นเวลา 2 ปี ในทุกโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย พบว่าหากครูมีความพื้นฐานเรื่องการดูแล เก็บรักษา และตรวจคุณภาพ ก็ช่วยแก้ปัญหาได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว  ครูที่มีความเข้าใจก็เลือกชนิดของนมที่เหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของโรงเรียนตน และสามารถต่อรองผู้ที่ส่งนมให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และกล้าปฏิเสธที่จะรับนมที่ส่งมาในสภาพที่ไม่เหมาะสม  ทำให้ในระหว่างที่มีงานวิจัยไม่มีโรงเรียนใดทั้งจังหวัดเชียงรายมีปัญหาในเรื่องนมบูดเน่าเสีย  ทั้งที่ในงานวิจัยได้มีการท้าทายใช้นมถึง 4 ประเภท ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์ขนาดบรรจุ 10 ลิตร สำหรับโรงเรียนที่อยู่ใกล้โรงงานแปรรูปนม  รูปแบบนี้ประหยัดค่าภาชนะบรรจุ และค่าแรงงานและพลังงานเพราะบรรจุได้เร็ว  งบประมาณที่เหลือนำไปสมทบกับเงินผู้ปกครองให้เป็นคูปอง ผลิตเป็นนมถุงเล็กขายให้เด็กกินในช่วงปิดเทอม  มีผลให้เด็กมีนมกินทั้งปี โรงงานนมไม่ต้องส่งนมดิบไปต่างจังหวัดเพื่อไปผลิตเป็นนมยูเอชที  คนงานที่โรงงานนมมีงานทำทั้งปี และไม่มีขยะ นมพาสเจอร์ไรส์ขนาด 200 ซีซี ใช้ในโรงเรียนที่ระบบขนส่งเข้าถึงได้สะดวก  ซึ่งพบว่าในบางโรงเรียนที่ห่างไกล  โรงงานก็ยังยอมติดตั้งตู้เย็นพร้อมมิเตอร์ไฟฟ้าให้ เพื่อจะได้ไม่ต้องจัดส่งทุกวัน  นอกจากนี้ยังให้ผู้จัดส่งรับขยะถุงนมออกไปจากโรงเรียน นมกล่องยูเอชที ใช้ในโรงเรียนที่ขาดบุคลากร ต้องการความสะดวก ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามีปัญหาขยะ และไม่สามารถให้เด็กดื่มนมได้ตลอดปีการศึกษา แม้ว่าในขณะนี้จะสามารถนำกล่องยูเอชที มาแปรรูป แต่ก็ยังทำได้ไม่ทั่วถึง และเป็นการใช้งบประมาณที่มากเกินไปนมผง มีเพียง 1 โรงเรียนที่สามารถเลือกใช้ได้ เป็นโรงเรียนในเมืองที่มีขนาดใหญ่ มีเด็กและบุคลากรที่มีศักยภาพ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ดี  สามารถลดปริมาณขยะที่มีมหาศาลต่อวันได้  มีงบประมาณเหลือ การบริหารโครงการนมโรงเรียนควรให้โรงเรียนมีสิทธิในการเลือกชนิดนม ภายใต้เงื่อนไขที่ครูมีความรู้ความเข้าใจ  ทั้งนี้ควรคำนึงถึงสุขอนามัย งบประมาณ และสิ่งแวดล้อม

-------------------------------------------------------------

Counter

  • ตัวนับเว็บไซต์3,313,045
  • ไอพีของคุณ34.228.41.66
  • เริ่มเมื่อ01 Jun 2014
    Twitter icon
    Facebook icon
    YouTube icon
    RSS icon